|
|
|
|
การบำรุงรักษาระบบ
|
 |
การบำรุงรักษาและการดูแลรักษาระบบก๊าซ NGV
การดูแลรักษาระบบ NGV
1.สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบสภาพตัวกรองอากาศ และหัวเทียนตามอายุการใช้งานถ้าไม่อยู่ในสภาพปกติประสิทธิภาพจะลดลง รอบเดินเบาจะไม่นิ่งและเครื่องยนต์สตร์ทติดยาก
2.สำหรับรถที่ใช้งานปกติ ตัวกรองอากาศควรนำออกมาทำความสะอาด หรือเปลี่ยนใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ถ้าใช้รถในที่มีฝุ่นมาก สภาพอากาศไม่ดี ระยะเวลาในการดูแลจะลดลง ซึ่งแตกต่างกันไปตามสภาพใช้งานจริง
การทดสอบถังก๊าซ
1.ถัง NGV ต้องมีการทดสอบทุกๆ 5 ปี นับจากวันที่ได้รับการทดสอบล่าสุดที่บอกไว้ที่ตัวถัง การทดสอบจำเป็นต้องถอดถังออกจากตัวรถเพื่อนำไปยังสถานีทดสอบ
2.อุปกรณ์เสริมเพื่อใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในรถของท่าน ต้องการการซ่อมบำรุงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คำแนะนำนี้จะช่วย
3.เมื่อเครื่องยนต์ที่ติดตั้งระบบ NGV และใช้งานประมาณ 1,000 กิโลเมตร กรุณานำรถเข้าศูนย์เพื่อทำการปรับตั้งและตรวจสอบการทำงานอีกครั้งทั้งระบบ โปรดติดต่อผู้เชี่ยวชาญ หรือศูนย์บริการเพื่อทำการตรวจสอบรถของท่าน
|
|
สิ่งที่ควรทำ
|
 |
การบำรุงรักษาที่ควรทำเป็นประจำ
เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ดังนั้นควรบำรุงรักษารถของท่านตามคำแนะนำดังนี้
1.รักษาระบบการจุดระเบิดให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ (ดูวิธีการจากตารางการซ่อมบำรุงรถจากคู่มือประจำรถของท่าน)
2.เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่บริษัทผู้ผลิตแนะนำ
3.เปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก 20,000-30,000 กิโลเมตร หรือเมื่อสกปรกและอุดตันมาก
4.ทำความสะอาดไส้กรองทุกๆสัปดาห์
5.เปลี่ยนตัวกรองก๊าซ NGV ทุกๆ 40,000กิโลเมตร หรือทุก 1 ปี
6.เปลี่ยนหัวเทียนทุก 10,000 กิโลเมตร
7.ตรวจสอบข้อต่อและอุปกรณ์ตามรอยต่อก๊าซ NGV ด้วยตนเองจากน้ำสบู่ทุกๆเดือน(ยกเว้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า)
หมายเหตุ ในการตรวจสอบปัญหาระบบก๊าซ ต้องเดินเครื่องยนต์ในโหมดของก๊าซและจะต้องมีก๊าซอย่างน้อย1/2 ของถัง จึงจะตรวจสอบได้ผลที่ดี
|
|
ถูก เร็ว และ ดี
|
 |
ระบบเชื้อเพลิง (น้ำมัน)
เครื่องยนต์จะสตาร์ทโดยใช้น้ำมันเสมอ แม้จะเลือกการใช้ก๊าซธรรมชาติก็ตาม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีน้ำมันสำรองในถังเพื่อใช้ในการสตาร์ทเครื่องยนต์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเสียหายของปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงและรักษาหัวฉีดของเครื่องยนต์ให้ได้ทำงานบ้าง เพื่อป้องกันหัวฉีดเสียหาย
คำแนะนำการทำงานของระบบก๊าซธรรมชาติและการใช้งาน
ในรถยนต์ที่ติดตั้งระบบเชื้อเพลิงสองชนิด ซึ่งเครื่องยนต์สามารถทำงานด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ
หรือเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมันนั้น การใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะได้ผลดีในด้านความคุ้มค่าในทางเศรษฐศาตร์ และการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และเนื่องจากก๊าซธรรมชาติไม่ได้อยู่ในรูปของเชื้อเพลิงเหลวเหมือนเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ ดังนั้นจึงวัดปริมาณก๊าซเป็นกิโลกรัมและเก็บในถังบรรจุก๊าซธรรมชาติที่มีความดัน 200-250 บาร์(เมื่อเติมก๊าซเต็มถังบรรจุน้ำหนักก๊าซจะหนักประมาณ
12-20 กิโลกรัม)
อัตราการใช้เชื้อเพลิง
ก๊าซธรรมชาติหนัก 1 กิโลกรัม จะมีค่าเท่ากับน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซลีนประมาณ 1.1 ลิตร ดังนั้นการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอาจแตกต่างจากการใช้น้ำมันเบนซิน อยู่ประมาณ 10%
กรณีการเกิดอุบัติเหตุ
ให้รีบปิดสวิตซ์กุญแจทันที ระบบวาล์ว เปิด-ปิด อิเล็กทรอนิกส์ (Solenoid Valve)จะปิดอัตโนมัติ ดังนั้นจึงไม่มีเชื้อเพลิงก๊าซรั่วไหล อย่างไรก็ตามแนะนำให้เปิดวาล์วที่หัวบรรจุก๊าซ NGV และเปลี่ยนไปใช้งานในโหมดน้ำมัน และนำรถยนต์ไปตรวจสอบระบบต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานต่อไป
เทคนิคการใช้รถที่ติดตั้งก๊าซธรรมชาติ NGV
-ในทุกครั้งที่สตารต์ทรถ ต้องรอให้ความร้อนของเครื่องยนต์อยู่ในระดับอุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียสเสียก่อนที่จะปรับสวิตซ์เป็นก๊าซ เพื่อก๊าซจะทำงานได้ดี
-เมื่อใกล้จะถึงที่หมาย ควรที่จะปรับสวิตซ์ให้เป็นน้ำมัน เพื่อให้ห้องหัวฉีดน้ำมันได้ทำงานบ้าง
|
|
เวลาในการซ่อมบำรุง
|
 |
เวลาในการซ่อมบำรุง โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 15-60 นาทีแล้วแต่กรณี
|
|
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
|
 |
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง หากอยู่ในประกัน 1 ปี หรือ 1 ล้านกิโลเมตร หากอุปกรณ์เสีย ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ถ้าหมดประกันแล้ว ทางเราจะแจ้งค่าใช้จ่าย ที่ถูกและรวดเร็ว ให้แก่ท่านก่อนทำการใดๆต่อไป
|
|
|
|
|
|
|
 |
 |
|
|